Chapter 1

The Palace

~1 min read

บทที่ 1: พระราชวัง

สิทธัตถะอาศัยอยู่ในพระราชวังที่มีกำแพงสูงจนมองไม่เห็นท้องฟ้าด้านนอก

พระราชบิดาสร้างกำแพงนี้ตั้งแต่สิทธัตถะเกิด กำแพงสามชั้นซ้อนกัน แต่ละชั้นสูงกว่าชั้นก่อน ทาสีขาวในตอนเช้า กลายเป็นสีชมพูในตอนเย็นเมื่อแสงแดดตกกระทบ ทหารเดินยามบนสันกำแพง นกยูงทำรังในสวนระหว่างกำแพงชั้นที่สองกับชั้นที่สาม ส่วนข้างในกำแพงชั้นในสุด ที่สิทธัตถะอยู่ ทุกอย่างนุ่มนวล

พระราชบิดาเป็นกษัตริย์ พระราชวังมีร้อยห้อง สิทธัตถะนอนในห้องที่มีม่านผ้าไหม กินข้าวหุงกับหญ้าฝรั่นและเนื้อเคี่ยวเนย สวมเสื้อผ้าที่ไม่มีวันระคายผิว นักดนตรีเล่นเพลงกลางลานตอนเที่ยง นางรำเคลื่อนผ่านโถงราวกับสายน้ำ น้ำพุไหลไม่เคยหยุด

ไม่มีอะไรในวังที่ชำรุด

ไม่มีอะไรที่เก่า

ไม่มีอะไรที่เจ็บปวด

พระราชบิดาตั้งกฎไว้ กฎที่เข้มงวด ห้ามคนผมหงอกทำงานในวัง ห้ามคนมีแผลเป็น ห้ามคนที่ไอหรือเดินขาเป๋ ทหารตรวจคนรับใช้ทุกคนที่ประตู ใครดูเหนื่อยหรือป่วยหรือเศร้า ถูกกันกลับหมด

พระราชวังสมบูรณ์แบบ

สิทธัตถะตื่นขึ้นบนผ้าปูที่สะอาด กินมะม่วงสดเป็นอาหารเช้า อ่านหนังสือในห้องสมุด ฝึกยิงธนูกลางลาน ลูกศรปักกลางเป้าบ่อยจนคนรับใช้เลิกดู

กลางคืน เขานอนบนเตียงจ้องเพดาน เพดานวาดรูปดาว ดาวเหล่านั้นไม่เคลื่อนที่

พระยโสธราผู้เป็นชายานอนข้างเขา นางงดงาม นางใจดี นางรักเขาแบบที่คนรักเมื่อไม่เคยรู้จักสิ่งอื่น

สิทธัตถะนอนนิ่งฟังเสียงหายใจของนาง ได้ยินเสียงน้ำพุกลางลาน ได้ยินเสียงนกยูงในสวน ได้ยินเสียงทหารเดินบนกำแพง

แต่เรียกชื่อความรู้สึกในอกไม่ได้

มันไม่ใช่ความเจ็บปวด ความเจ็บปวดไม่มีอยู่ในวัง

มันไม่ใช่ความหิว เขากินอิ่มดีแล้ว

มันเป็นอย่างอื่น บางอย่างที่นั่งอยู่ใต้ซี่โครงราวกับก้อนหินที่กลืนลงไปโดยไม่ตั้งใจ

ตอนเช้า เขาเริ่มถามคำถาม

"พ่อครับ" เขาพูดขึ้นวันหนึ่งตอนอาหารเช้า "ข้างนอกกำแพงมีอะไร"

พระราชบิดาวางถ้วยลง ทรงยิ้ม "ไม่มีอะไรสำคัญ"

"ลูกอยากไปดู"

"ลูกมีทุกอย่างที่ต้องการอยู่ที่นี่แล้ว"

สิทธัตถะมองจานข้าว มะม่วงหั่นเรียงเป็นวงกลมสมบูรณ์แบบ ข้าวขาวจนดูเหมือนก้อนเมฆ เขาตักคำหนึ่ง แล้วอีกคำ รสชาติเหมือนเดิมทุกวัน

บ่ายวันนั้น เขายืนกลางลานมองทหารบนกำแพง พวกเขาเดินเส้นทางเดิมทุกวัน ไปกลับ ไปกลับ ไม่เคยมองลงมา

เขาคิดจะปีนกำแพง

เขาคิดว่ามองจากข้างบนจะเห็นอะไร

เขาคิดว่าพ่อจะว่าอย่างไร

แล้วเขาก็กลับเข้าห้องแทน

พระยโสธรามาพบเขาที่นั่น นั่งอยู่ริมหน้าต่าง หน้าต่างหันออกไปทางสวน สวนมีดอกไม้นำเข้าจากแว่นแคว้นที่เขาไม่เคยไป ดอกแดง ดอกเหลือง ดอกขาวที่บานเฉพาะกลางคืน

"วันนี้เงียบจัง" นางพูด

"ข้าเงียบทุกวัน"

"วันนี้เงียบกว่าปกติ"

เขาไม่ตอบ นางนั่งข้างเขา ทั้งสองมองดอกไม้

คืนนั้น เขาฝันถึงกำแพง ในฝัน เขาปีนกำแพงชั้นแรกแล้วเจอกำแพงอีกชั้นหลังมัน ปีนชั้นนั้นก็เจอชั้นที่สาม ปีนครบสามชั้นแล้วยืนบนยอด มองออกไป

วิวข้างนอกเหมือนกับวิวข้างใน

ตื่นขึ้นมา ลูกชายร้องไห้ในห้องข้างๆ ราหุล อายุเจ็ดเดือน หน้าแดง เปียก โกรธ พระยโสธราลุกไปหา สิทธัตถะนอนอยู่บนเตียง

เสียงร้องหยุด

วังเงียบอีกครั้ง

เขาจ้องดาววาดบนเพดาน สงสัยว่าทำไมมันรบกวนใจ มันสวย มันถูกออกแบบมาให้อบอุ่นใจ

แต่มันไม่ใช่ดาวจริง

และเขาไม่เคยเห็นดาวจริงเลย

ความรู้สึกในอกยังอยู่ มันอยู่มาหลายเดือนแล้ว อาจจะหลายปี เขาจำไม่ได้ว่ามีช่วงไหนที่ไม่มีมัน

เขาลุกขึ้นนั่ง ผ้าไหมไหลหลุดจากตัว ห้องเย็น อากาศหอมมะลิจากสวน

เขาลุกเดินไปริมหน้าต่าง

ดอกไม้สีขาวบานอ้า นกยูงหลับ ทหารเดินเส้นทางเดิม

ทุกอย่างสมบูรณ์แบบ

และสมบูรณ์แบบ เขาตระหนัก รู้สึกเหมือนไม่มีอะไรเลย

เขาแนบมือกับกรอบหน้าต่าง ไม้เรียบลื่น ไม่มีเสี้ยน ไม่มีรอยร้าว แม้แต่ไม้ในวังก็สมบูรณ์แบบเกินจริง

พระราชบิดาสร้างโลกที่ไม่มีขอบขรุขระ

แต่สิทธัตถะมีขอบที่ขรุขระอยู่ข้างใน ขอบที่อยากเกี่ยวกับอะไรสักอย่าง

เขาไม่รู้ว่าสิ่งนั้นคืออะไร รู้แค่ว่ามันไม่ได้อยู่ที่นี่

เช้าวันรุ่งขึ้น ตอนอาหารเช้า เขาถามอีกครั้ง

"พ่อครับ ลูกอยากออกไปนอกวัง"

คราวนี้พระราชบิดาไม่ยิ้ม "ทำไม"

"ลูกอยากไปดูเมือง"

"ในเมืองไม่มีอะไรที่เราไม่มีอยู่ที่นี่"

"ถ้างั้นไปดูก็ไม่น่าจะเป็นอะไร"

พระราชบิดาเงียบไปนาน วางถ้วยลง ประสานพระหัตถ์ มองสิทธัตถะอย่างที่คนมองกุญแจที่กำลังพยายามงัด

ในที่สุดก็พยักหน้า

"ไปได้" ทรงตรัส "แต่ต้องพาทหารไป พร้อมราชรถ และต้องกลับก่อนพระอาทิตย์ตก"

สิทธัตถะรู้สึกก้อนหินในอกขยับ ไม่ได้หายไป แค่ขยับ

"ขอบคุณครับ" เขาพูด

พระราชบิดาไม่ตอบ ทรงลุกขึ้นเดินจากโต๊ะ เสียงฝีพระบาทก้องในโถง จนเงียบหาย

สิทธัตถะนั่งคนเดียว กินมะม่วงหมด ดื่มชา คนรับใช้เก็บโต๊ะ

นกยูงร้องในสวน

น้ำพุไหล

ทหารเดินบนกำแพง

และที่ไหนสักแห่งนอกกำแพง ในที่ที่เขาไม่เคยเห็น มีเมืองที่เต็มไปด้วยคนที่ไม่ได้อยู่ในห้องผ้าไหม

สิทธัตถะยังไม่รู้ว่าการออกจากวังจะเป็นสิ่งที่ง่ายที่สุดที่เขาเคยทำ

เขายังไม่รู้ว่าการกลับมาจะเป็นไปไม่ได้

เขารู้แค่ว่าดาววาดบนเพดานไม่พอ

และเป็นครั้งแรกในชีวิตที่เขาจะได้เห็นว่าดาวจริงเป็นอย่างไร

ก้อนหินในอกไม่ได้เบาลง

แต่อย่างน้อย มันรู้สึกเหมือนเริ่มมีเหตุผลที่จะอยู่ตรงนั้น

Scroll