The Wrong Path
บทที่ 4: ทางที่ผิด
สิทธัตถะอยู่กับอาฬารดาบสหกเดือน
เขาเรียนรู้การนั่ง เรียนรู้การหายใจ เรียนรู้การมองจิตโดยไม่แตะมัน
การฝึกได้ผล จิตสงบลง คำถามไกลออกไป ก้อนหินในอกเบาขึ้น
แต่ไม่หายไป
หลังหกเดือน เขานั่งนิ่งได้เป็นชั่วโมงไม่ขยับ เข้าภาวะที่ร่างกายเบาเหมือนอากาศ พบความสงบที่อยู่ได้นานเท่าที่ยังนั่งนิ่ง
แต่เมื่อลุกขึ้น คำถามกลับมา
ชรา โรค ความตาย
ความสงบเป็นของชั่วคราว
สิทธัตถะไปหาอาฬารดาบส
"ท่านอาจารย์ ข้าพเจ้าเรียนสิ่งที่ท่านสอนหมดแล้ว เข้าถึงภาวะที่ท่านบอกได้แล้ว แต่เมื่อกลับจากภาวะนั้น ความทุกข์ยังอยู่"
อาฬารดาบสพยักหน้าช้าๆ "ใช่"
"ความทุกข์มีวันสิ้นสุดไหม"
อาจารย์มอง ดวงตาเมตตา "ข้าไม่รู้"
สิทธัตถะก้มกราบ "ขอบคุณสำหรับคำสอน"
"จะไปไหน"
"ไปหาคำตอบ"
อาฬารดาบสยิ้ม "งั้นก็เรียนสิ่งที่ข้าสอนได้ครบถ้วนแล้ว"
สิทธัตถะออกจากสำนัก
เดินสองวัน ทางผ่านทุ่งและหมู่บ้าน ชาวบ้านให้ข้าว เขากิน แล้วเดินต่อ
วันที่สาม เจอพระห้ารูป
ผอม ผอมกว่าพระของอาฬารดาบส ซี่โครงนูน แก้มตอบ
"ภราดร" รูปหนึ่งพูด "จะไปไหน"
"ไปหาที่สิ้นสุดแห่งทุกข์"
ดวงตาพระเป็นประกาย "งั้นเดินกับพวกเรา พวกเราพบทางแล้ว"
"ทางไหน"
"วินัย ร่างกายคือศัตรู มันอยากกิน อยากสบาย อยากสุข ถ้าเราทรมานกาย จิตจะเป็นอิสระ"
สิทธัตถะมองใบหน้าผอมแห้ง มือสั่น ท่าทางเชื่องช้า
"ท่านเป็นอิสระแล้วหรือ" เขาถาม
พระลังเล "กำลังจะเป็น"
"ฝึกมานานเท่าไร"
"สามปี"
สิทธัตถะคิด สามปีแห่งความหิว สามปีแห่งมือสั่น
"ให้ข้าดู" เขาพูด
พระพาเขาไปที่สำนัก ไม่ใช่ที่โล่ง เป็นถ้ำ มืด เย็น ชื้น
พวกเขานั่งบนหิน กินวันละมื้อ ข้าว กำมือเดียว บางวันน้อยกว่านั้น
ไม่พูด ไม่ยิ้ม นั่ง หายใจ นับลม พยายามไม่คิดถึงอาหาร
สิทธัตถะร่วมด้วย
วันแรก กินข้าวกำมือเดียว ท้องเจ็บ เขาไม่สนใจ
วันที่สอง กินครึ่งกำมือ ความหิวดังขึ้น เขาไม่สนใจ
วันที่สาม กินสามเม็ด
พระทั้งหลายมองเขา ตาทึ่ง
สิทธัตถะนั่งสมาธิ ร่างกายกรีดร้อง ท้องบิด หัวปวด
เขาไม่สนใจหมด
สัปดาห์หนึ่งผ่านไป
แล้วเดือนหนึ่ง
แล้วหกเดือน
สิทธัตถะผอมลง ซี่โครงนูน แขนเป็นก้าน ใบหน้าโหว่
แทบจะยืนไม่ได้ เดินต้องเกาะผนังถ้ำ
แต่จิต เขาคิดว่า กำลังใสขึ้น
เขานั่งสมาธิ ชั่วโมงผ่าน ร่างกายจางไป รู้สึกเหมือนกำลังสลาย
นี่แหละ เขาคิด คำตอบ
เขานั่งเป็นวัน ไม่กิน แทบไม่ดื่ม
ร่างกายกำลังตาย
นั่นคือเป้าหมาย
วันที่เจ็ด เขาพยายามลุก ขาไม่รับ เขาล้ม
พระห้ารูปรีบเข้ามาประคอง ร่างเขาเบาราวไร้น้ำหนัก
"ภราดร" รูปหนึ่งพูด "ท่านไปไกลกว่าพวกเราทุกคน ใกล้แล้ว"
สิทธัตถะมอง ใบหน้าพระเบลอ
"ใกล้อะไร" สิทธัตถะกระซิบ
"อิสรภาพ"
สิทธัตถะหลับตา
เขาเห็นชายชรา หญิงป่วย ร่างบนแคร่
เขาเห็นกำแพงของพ่อ ดาววาด ม่านผ้าไหม
เขาเห็นทุ่งนา หลังที่โค้ง ใบหน้าที่เหนื่อยล้า
แล้วเขาเข้าใจ
การทรมานกายก็เป็นแค่กำแพงอีกชั้นหนึ่ง
พ่อสร้างกำแพงจากความสุขสบาย พระเหล่านี้สร้างกำแพงจากความเจ็บปวด
แต่กำแพงก็คือกำแพง
และอิสรภาพไม่ได้อยู่ในกำแพง
"ไม่ใช่" สิทธัตถะพูด
พระจ้องมอง
"นี่ไม่ใช่ทาง" เขาพูด
"แต่ท่านมาไกลขนาดนี้แล้ว—"
"ไกลไปทางที่ผิด"
สิทธัตถะดันตัวลุก ขาสั่น ตามัว
"ข้าต้องกินอาหาร" เขาพูด
พระถอยหลัง ใบหน้าตกใจ รังเกียจ
"ถ้ากิน" รูปหนึ่งพูด "จะสูญเสียทุกอย่างที่ได้มา"
"ข้าไม่ได้อะไรมาเลย ข้ากำลังทำลายฮาร์ดแวร์ ปัญหาอยู่ที่ซอฟต์แวร์"
พวกเขาไม่เข้าใจ สิทธัตถะไม่อธิบาย
เขาเดินออกจากถ้ำ
แดดจ้า จ้าเกินไป มองไม่เห็น เขายกมือบัง
หมู่บ้านอยู่ห่างออกไปครึ่งโยชน์ เขาเดินไป ทุกก้าวทรมาน เท้าแทบไม่พ้นดิน ร่างกายอยากหยุด
เขาเดินต่อ
ขอบหมู่บ้าน หญิงคนหนึ่งนั่งใต้ต้นไม้ อายุสักยี่สิบ ข้างกายมีตะกร้าข้าวปั้น
นางเห็นเขาก็รีบลุกขึ้น ใบหน้าตกใจ
"ท่าน" นางพูด "ท่านดูเหมือน—"
"หิว" สิทธัตถะพูด "ข้าหิว"
นางหยิบตะกร้ามา "เชิญนั่งเถอะ"
สิทธัตถะนั่ง พื้นนุ่ม หญ้า รู้สึกเหมือนเตียง
นางยื่นข้าวปั้นให้ "ค่อยๆ กินนะ ถ้าไม่ได้กินมานาน ต้องกินช้าๆ"
สิทธัตถะรับข้าวปั้น ยังอุ่น กลิ่นงาและเกลือ
เขากัดคำหนึ่ง
รสชาติท่วมท้น ร่างกายสั่น น้ำตาไหลพรากหน้า
ไม่ใช่ร้องไห้เพราะเศร้า ร้องไห้เพราะข้าวปั้นเป็นสิ่งงดงามที่สุดที่เขาเคยสัมผัส
เขากินสามลูก นางมองด้วยความเป็นห่วง ไปตักน้ำมาให้ เขาดื่ม
ร่างกายจำได้ว่าตัวเองเป็นอะไร
ร่างกาย
ไม่ใช่ศัตรู ไม่ใช่คุก
ร่างกาย
"ขอบคุณ" เขาพูดเมื่อกินเสร็จ
"ชื่ออะไร" นางถาม
"สิทธัตถะ"
"ฉันชื่อสุชาดา"
"ท่านช่วยชีวิตข้า"
นางยิ้ม "ฉันให้ข้าวปั้น"
"เหมือนกัน"
นางหัวเราะเบาๆ เสียงอ่อนโยน
"จะไหวไหม" นางถาม
"คิดว่าไหว"
นางลุกขึ้น หยิบตะกร้า "ใกล้แม่น้ำมีต้นไม้ใหญ่ ต้นโพธิ์ ร่มดี ถ้าจะพักผ่อน"
"ขอบคุณ"
นางเดินกลับหมู่บ้าน
สิทธัตถะนั่งใต้ต้นไม้ที่นางเจอเขา พักกาย ร่างยังอ่อนแอแต่ไม่ใกล้ตายอีกแล้ว
เขาลองสุขสบาย นั่นคือทางของพ่อ
เขาลองทรมาน นั่นคือทางของพระ
ทั้งสองทางผิด
คำตอบไม่ได้อยู่ที่สุดขั้ว
มันอยู่ตรงกลาง
ร่างกายที่ได้กิน จิตใจที่สงบ ระบบที่มั่นคง
เขานึกถึงข้าวปั้น รสชาติ ความอุ่น
การทำลายร่างกายไม่ใช่คำตอบ
การเข้าใจจิตใจต่างหาก
และจะเข้าใจจิตใจ ต้องมีจิตใจที่คิดได้
ไม่ใช่จิตใจที่กำลังอดอาหาร
เย็นวันนั้น สิทธัตถะเดินไปริมแม่น้ำ ต้นโพธิ์อยู่ตรงที่สุชาดาบอก
ต้นใหญ่มาก ลำต้นกว้าง กิ่งแผ่เหมือนหลังคา ใบไม้เสียดสีในสายลม
สิทธัตถะนั่งใต้ต้น
ขัดสมาธิ วางมือบนตัก หลับตา
เขาไม่ได้กำลังสลายอีกแล้ว เขาอยู่ตรงนี้ แข็งแรง จริง
ร่างอ่อนแอแต่มีชีวิต จิตใสแต่ไม่ว่าง
หายใจเข้า
หายใจออก
และเป็นครั้งแรก เขารู้สึกว่าอยู่บนทางที่ถูก
ไม่ใช่ทางสุขสบาย ไม่ใช่ทางทรมาน
ทางสายกลาง
ระบบที่มั่นคง
ที่ฮาร์ดแวร์รองรับซอฟต์แวร์ได้
เขาลืมตา แม่น้ำไหลผ่าน ดวงอาทิตย์กำลังตก ท้องฟ้าสีส้ม ชมพู ม่วง
สีจริง
ไม่ใช่สีที่วาด
สิทธัตถะมองต้นไม้ ลำต้น กิ่ง รากที่หยั่งลึกลงดิน
ที่นี่แหละ
ที่นี่คือที่ที่เขาจะพบคำตอบ
เขาไม่รู้ว่าจะใช้เวลานานเท่าไร
รู้แค่ว่าจะไม่ไปไหน
จนกว่าจะเข้าใจ
เขาหลับตาอีกครั้ง
แม่น้ำไหล
ใบไม้กรอบแกรบ
ดวงอาทิตย์ตก
และสิทธัตถะนั่ง